ส.อ.ท. มอบห้องความดันลบแบบ Modular Unit 2 ห้องแรก ให้โรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อเร่งช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19

ส.อ.ท. มอบห้องความดันลบแบบ Modular Unit 2 ห้องแรก ให้โรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อเร่งช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19

            สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ส่งมอบห้องความดันลบแบบ Modular Unit 2 ห้องแรก ภายใต้ “กองทุน ส.อ.ท. ช่วยไทยสู้ภัยโควิด-19” ให้กับโรงพยาบาลรามาธิบดี (Hospitel โรงแรมเซ็นจูรี่ปาร์ค) โดยมีนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้มอบ และได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ รองศาสตราจารย์นายแพทย์สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดีผู้บริหาร เป็นผู้รับมอบ ณ บริเวณ Lobby Hospitel โรงแรมเซ็นจูรี่ปาร์ค ดินแดง

            นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ส.อ.ท. ในฐานะองค์กรหลักภาคเอกชนที่มีส่วนขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทย ตระหนักถึงปัญหาและผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงได้จัดตั้ง “คณะทำงานช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19” อย่างเร่งด่วนภายใต้มาตรการ “ป้องกัน รักษา เยียวยา” เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน สังคม สมาชิกและผู้ประกอบการไทยให้รอดพ้นวิกฤต นำประเทศฟื้นคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด พร้อมจัดตั้ง “กองทุน ส.อ.ท. ช่วยไทยสู้ภัยโควิด-19” ภายใต้มูลนิธิพัฒนาอุตสาหกรรมขึ้น เพื่อระดมทุนจัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือ สิ่งของที่จำเป็น อาทิ ห้องความดันลบแบบ Modular Unit ซึ่งกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และโทรคมนาคม, กลุ่มเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น ส.อ.ท. ได้ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และสถาบันแสงซินโครตรอนออกแบบและจัดทำขึ้นเพื่อมอบให้แก่สถานพยาบาลในเครือกระทรวง อว. และสถานพยาบาลที่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการใช้งาน ทั้งนี้ ส.อ.ท. มีเป้าหมายในการระดมทุนจัดหาห้องความดันลบแบบ Modular Unit จำนวน 50 ห้อง มูลค่ากว่า 6.5 ล้านบาท โดยในวันนี้ถือเป็นการส่งมอบห้องความดันลบแบบ Modular Unit 2 ห้องแรก (สนับสนุนโดยธนาคารกสิกรไทย) ให้กับโรงพยาบาลรามาธิบดีเพื่อใช้รักษาผู้ป่วยโควิด-19 ใน Hospitel โรงแรมเซ็นจูรี่ปาร์ค

            นอกจากนี้ ส.อ.ท. ยังได้ระดมทุนเพื่อจัดหาชุดทำห้องความดันลบแบบ Non-Mobility, ชุด PPE,    ชุดตรวจเชื้อโควิด-19 แบบเร่งด่วน (Rapid antigen test kit), เมล็ดพันธุ์ฟ้สทะลายโจร และกล่องสุขภาพ (Health box) เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 และลดความเสี่ยงของบุคลากรทางการแพทย์ ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 ทั้งนี้ ส.อ.ท. ขอเชิญร่วมบริจาคเงินเพื่อจัดหาห้องความดันลบช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 ได้ที่ชื่อบัญชี มูลนิธิพัฒนาอุตสาหกรรม เลขที่บัญชี 009-1-71583-0 ธนาคารกรุงไทยสาขาไทยเบฟควอเตอร์ (ใบบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 100%) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน ส.อ.ท. หมายเลข 1453 ทุกปัญหาอุตสาหกรรมมีคำตอบ

เผยแพร่โดย ฝ่ายสื่อสารองค์กร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (โทร. 0-2345-1013)

FTI ช่วยชาติสู้ COVID-19 โครงการบริจาคห้องความดันลบ

FTI ช่วยชาติสู้ COVID-19 โครงการบริจาคห้องความดันลบ

ขอเชิญเข้าอบรมออนไลน์ฟรี เรื่อง “ทิศทางการค้าโลกกับแนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดี”

ขอเชิญเข้าอบรมออนไลน์ฟรี เรื่อง “ทิศทางการค้าโลกกับแนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดี”

ขอเชิญเข้าอบรมออนไลน์ `ฟรี` เรื่อง
“ทิศทางการค้าโลกกับแนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดี”

วันศุกร์ที่ 23 กรกฏาคม 2564
เวลา 13.00 – 16.00น.
อบรมโดยระบบโปรแกรม Google Meet

หลักสูตรนี้เหมาะสมกับผู้บริหาร ฝ่ายบุคคล และ นายจ้างทุกท่าน

รับใบประกาศเกียรติคุณจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
อบรมหลักสูตรนี้ + บริษัทส่งหนังสือแสดงความมุ่งมั่น
นำหลักการแนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดี(GLP)ไปใช้

ลงทะเบียนเข้าร่วม : https://forms.gle/MbXEM7aQwe8jqUDPA

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ : คุณชัญญานุช สุขจันทร์ มือถือ 062 3696146

ปิดแคมป์! ทุบเหล็กอลูมิเนียมดิ่ง มิลล์คอนปรับไลน์ผลิต-ส.อ.ท.ขอเยียวยา

ปิดแคมป์! ทุบเหล็กอลูมิเนียมดิ่ง มิลล์คอนปรับไลน์ผลิต-ส.อ.ท.ขอเยียวยา

อุตสาหกรรมเหล็กอ่วมซ้ำ หลังรัฐสั่งปิดแคมป์คนงานก่อสร้าง 1 เดือนสกัดโควิด ฉุดยอดส่งมอบเหล็กวูบเหลือ 20-30% คาดการณ์ใช้เหล็กปี’64 ลดลง 10% “มิลล์คอนฯ” ปรับไลน์ผลิตเหล็กชนิดอื่นแทนเหล็กลวดก่อสร้าง ด้าน “ส.อ.ท.” จ่อถกสมาชิกร่อนจดหมายถึง “ประยุทธ์” ขอเยียวยาผู้ผลิต

 

นายประวิทย์ หอรุ่งเรือง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ MILL เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ผลจากคำสั่งประกาศปิดแคมป์คนงานก่อสร้างเป็นระยะเวลา 1 เดือน เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑลนั้น กระทบทำให้ผู้ผลิตจะสามารถส่งเหล็กเข้าโครงการก่อสร้างในกรุงเทพฯได้เพียง 20-30% เท่านั้น

จากเดิมส่งเข้าโครงการใหม่ ๆ 60-70% และจะกระทบยอดการใช้เหล็กในประเทศโดยรวมลดลง 10% จากที่คาดการณ์ไว้ทั้งปี 2564 จะมีปริมาณ 3-4 ล้านตัน

ในส่วนของมิลล์คอนฯยอมรับว่าเป็นสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดมาก่อน เมื่อมีคำสั่งเหล็กก่อสร้างการใช้ก็ลดลงโดยเฉพาะงานในพื้นที่ก่อสร้างกรุงเทพฯ บริษัทจึงต้องใช้แผนบริหารระยะสั้น คือ การหันไปผลิตกลุ่มเหล็กประเภทอื่นที่ยังต้องใช้อยู่ตอนนี้แทน เช่น เหล็กลวดที่ใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับนอต สกรู ตะแกรง เป็นต้น และผลิตส่งเข้าโกดังลูกค้าแทนโดยที่บริษัทไม่ต้องการหยุดผลิตเลย

ส่วนแผนระยะยาวจำเป็นที่จะต้องคุมสัดส่วนการส่งออกไปต่างประเทศไว้ด้วย เพราะจะเป็นอีกตลาดที่หากเกิดผลกระทบในประเทศในลักษณะแบบนี้อีก อย่างน้อยมิลล์คอนฯก็จะมีแผนสำรองตลาดอื่นไว้ด้วย

รายงานข่าวระบุว่า ล่าสุด ศบค.ได้ประกาศผ่อนปรนคลายล็อกให้ 4 ประเภทกิจการเกี่ยวกับการก่อสร้างกลับมาดำเนินการได้ นับว่าเป็นสิ่งที่ดีเพราะหากขยายเวลาเกินไปกว่า 1 เดือน เอกชนคงไม่ไหว และเริ่มหารือกันภายในสมาคมเหล็กเพื่อทำหนังสือชี้แจงความเดือดร้อนต่อภาครัฐ พร้อมทั้งต้องมีมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการทั้งซัพพลายเชน ไม่ใช่แค่เยียวยาคนงานก่อสร้าง

นายธีรพันธุ์ พิมพ์ทอง ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอะลูมิเนียม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า หลังการประกาศดังกล่าวผลกระทบอุตสาหกรรมอะลูมิเนียมเส้นซึ่งส่วนใหญ่ใช้ในการก่อสร้างต้องหยุดส่งงานทันที เท่ากับออร์เดอร์หายไป 1 เดือน ทำให้มีสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้นอีก 1 เดือน แน่นอนในแง่ของสภาพคล่องก็จะได้รับผลกระทบเช่นกัน

 

“สถานการณ์หลังจากนี้อีก 1 เดือนจะมีความสำคัญอย่างมากต่อธุรกิจอะลูมิเนียม ผลกระทบในปัจจุบันไม่ได้เพียงแค่กระทบความต้องการในช่วงสั้น แต่ในกระบวนการผลิตเริ่มมีความกังวลมากขึ้นเรื่อย ๆ”

“เนื่องจากแทบทุกอุตสาหกรรมรวมทั้งอุตสาหกรรมอะลูมิเนียมได้รับผลกระทบเรื่องการแพร่เชื้อของโควิด-19 แทบทั้งนั้น ซึ่งในปัจจุบันยังรับมือได้ระดับหนึ่ง แต่หากยังไม่สามารถหยุดการแพร่ระบาดหรือคุมให้ลดน้อยลงได้ จนทำให้ต้องปิดโรงงานจะทำให้ได้รับผลกระทบที่หนักหนาสาหัสมากขึ้นไปกว่าเดิม ดังนั้น เรื่องการจัดการวัคซีนเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุดในปัจจุบัน”

 

แนวทางในปัจจุบันของกลุ่มอะลูมิเนียมนอกเหนือจากรอในส่วนของประกันสังคมตาม ม.33 แล้ว ยังเพิ่มแผนสำรองในการใช้วัคซีนทางเลือกด้วย ต้องแจ้งตามข้อเท็จจริงที่ทางสมาชิกร้องเรียนมานั่นคือ ในส่วนของการจัดสรรตาม ม.33 ซึ่งล่าช้ามาก ขณะนี้ส่วนใหญ่ในกลุ่มอุตสาหกรรมอะลูมิเนียมจะใช้วัคซีนทางเลือกจากทางสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ซึ่งเป็นยี่ห้อซิโนฟาร์มเป็นหลัก

“เราต้องให้เครดิตนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน ส.อ.ท. ที่ร่วมกับทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จนกระทั่งได้รับการจัดสรรวัคซีนครบทุกบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมอะลูมิเนียม ตามที่ได้ดำเนินการขอไป”

สำหรับสถานการณ์ครึ่งปีหลังของปี 2564 ทางกลุ่มอุตสาหกรรมอะลูมิเนียมเห็นตรงกันว่าขึ้นอยู่กับการจัดการวัคซีนเป็นหลัก และอนุญาตให้โครงการก่อสร้างขนาดเล็กที่สามารถควบคุมแบบ bubble & seal และเป็นทีมขนาดเล็กที่สามารถทำตามมาตรการภาครัฐ และไม่เกิน 15 คน ที่ผ่านการตรวจโควิด-19 ทั้ง 100% สามารถทำงานได้ตามปกติ เพื่อลดผลกระทบต่อ SMEs ด้วย

“หากการจัดสรรวัคซีนล่าช้าไม่เพียงแต่กระทบเศรษฐกิจแต่จะกระทบกับการส่งออกด้วย ในกรณีที่โรงงานไม่สามารถผลิตสินค้าได้ ประกอบกับราคาอะลูมิเนียมและวัตถุดิบที่ใช้การผลิตอะลูมิเนียมทั้งแผ่นและเส้นในตลาดโลกล้วนมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องมากกว่าหลายปีที่ผ่านมา ก็เป็นผลกระทบที่หนักหนาสาหัสกับกลุ่มอุตสาหกรรมอะลูมิเนียมในปัจจุบันอยู่แล้ว”

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมอะลูมิเนียมแผ่น ซึ่งมีความต้องการสูงในตลาดอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ยุโรป และส่วนอื่น ๆ เนื่องจากต้องทำงานที่บ้าน (WFH) มากขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงจากโรคโควิด-19 ประกอบกับกระแสอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ลดมลพิษทางทะเล ทำให้ความต้องการกระป๋องเครื่องดื่มจากอะลูมิเนียมมากขึ้น มีการส่งออกเพิ่มขึ้นทุกเดือน

นอกจากนี้การส่งออกรถยนต์ที่มากขึ้น เดือนที่ผ่านมารวมทั้งในชิ้นส่วนของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทำให้ความต้องการใช้อะลูมิเนียมทั้งแผ่นและเส้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

จากเว็บไซต์: https://www.prachachat.net/economy/news-707153

X
X