วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤษภาคม 2564 นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประเทศ ในเดือนเมษายน 2564 ดังต่อไปนี้

การผลิต
จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนเมษายน 2564 มีทั้งสิ้น 104,355 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2563 ร้อยละ 322.30 และลดลงจากเดือนมีนาคม 2564 ร้อยละ 35.79% การผลิตเพิ่มขึ้นมากจากฐานต่ำปีที่แล้ว ที่มีการล็อกดาวน์จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกแรก ต้นปี 2563 แต่ยอดผลิตยังต่ำกว่าเดือนเมษายน 2562 ก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19 ร้อยละ 30.44 ในเป้าการผลิตที่ 1,500,000 คัน ในปี 2564 เป็นเป้าต่ำสุด ที่คำนึงถึงการระบาดของโควิด-19 ระลอกสองเมื่อต้นปีและระลอกใหม่ตลอดปี 2564 รวมทั้งการขาดแคลนชิปที่ทำให้โรงงานผลิตรถยนต์ทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยต้องหยุดผลิตชั่วคราวเป็นระยะแล้ว ขณะนี้ยังไม่มีการปรับเพิ่มเป้าการผลิตรถยนต์เพราะยังกังวลเรื่องการระบาดของโควิด-19 ระลอกสามในประเทศไทย ที่พบผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นว่าจะควบคุมการแพร่ระบาดได้หรือไม่ รวมถึงเรื่องการขาดแคลนชิปที่ทำให้โรงงานผลิตรถยนต์ทั้งในประเทศและทั่วโลกหยุดผลิตชั่วคราวเป็นระยะๆ

จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม – เมษายน 2564 มีจำนวนทั้งสิ้น 570,188 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – เมษายน 2563 ร้อยละ 19.19
รถยนต์นั่ง เดือนเมษายน 2564 ผลิตได้ 33,175 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2563 ร้อยละ 280.14
ยอดผลิตของรถยนต์นั่ง ตั้งแต่เดือนมกราคม – เมษายน 2564 มีจำนวน 202,863 คัน เท่ากับร้อยละ 35.58 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – เมษายน 2563 ร้อยละ 11.06
รถยนต์โดยสารขนาดต่ำกว่า 10 ตัน และมากกว่า 10 ตัน ขึ้นไป ในเดือนเมษายน 2564 ผลิตได้ 0 คัน ลดลงจากเดือนเมษายน 2563 ร้อยละ 100 รวมเดือนมกราคม – เมษายน 2564 ผลิตได้ 29 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – เมษายน 2563 ร้อยละ 59.72
รถยนต์บรรทุก เดือนเมษายน 2564 ผลิตได้ทั้งหมด 71,180 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2563 ร้อยละ 345.65 และตั้งแต่เดือนมกราคม – เมษายน 2564 ผลิตได้ทั้งสิ้น 367,296 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – เมษายน 2563 ร้อยละ 24.23
รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนเมษายน 2564 ผลิตได้ทั้งหมด 69,015 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2563 ร้อยละ 348.24 และตั้งแต่เดือนมกราคม – เมษายน 2564 ผลิตได้ทั้งสิ้น 357,496 คัน เท่ากับร้อยละ 62.70 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – เมษายน 2563 ร้อยละ 24.04 โดยแบ่งเป็น

• รถกระบะบรรทุก 84,577 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – เมษายน 2563 ร้อยละ 15.27
• รถกระบะดับเบิลแค็บ 228,410 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – เมษายน 2563 ร้อยละ 30.63
• รถกระบะ PPV 44,509 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – เมษายน 2563 ร้อยละ 11.32

รถบรรทุกขนาดต่ำกว่า 5 ตัน – มากกว่า 10 ตัน เดือนเมษายน 2564 ผลิตได้ 2,165 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2563 ร้อยละ 276.52 รวมเดือนมกราคม – เมษายน 2564 ผลิตได้ 9,800 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – เมษายน 2563 ร้อยละ 31.38

ผลิตเพื่อส่งออก
เดือนเมษายน 2564 ผลิตได้ 59,684 คัน เท่ากับร้อยละ 57.19 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2563 ร้อยละ 335.24 ส่วนเดือนมกราคม – เมษายน 2564 ผลิตเพื่อส่งออกได้ 330,379 คัน เท่ากับร้อยละ 57.94 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ระยะเวลาเดียวกัน ร้อยละ 23.45
รถยนต์นั่ง เดือนเมษายน 2564 ผลิตเพื่อการส่งออก 16,960 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2563 ร้อยละ 371.90 และตั้งแต่เดือนมกราคม – เมษายน 2564 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 103,088 คัน เท่ากับร้อยละ 50.82 ของยอดผลิตรถยนต์นั่ง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – เมษายน 2563 ร้อยละ 13.77
รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนเมษายน 2564 มียอดการผลิตเพื่อการส่งออก 42,724 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2563 ร้อยละ 322.22 และตั้งแต่เดือนมกราคม – เมษายน 2564 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 227,291 คัน เท่ากับร้อยละ 63.58 ของยอดการผลิตรถกระบะ เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – เมษายน 2563 ร้อยละ 28.41 โดยแบ่งเป็น

• รถกระบะบรรทุก 26,783 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – เมษายน 2563 ร้อยละ 42.74
• รถกระบะดับเบิลแค็บ 179,010 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – เมษายน 2563 ร้อยละ 40.28
• รถกระบะ PPV 21,498 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – เมษายน 2563 ร้อยละ 29.83

ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ
เดือนเมษายน 2564 ผลิตได้ 44,671 คัน เท่ากับร้อยละ 42.81 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2563 ร้อยละ 306.17 และเดือนมกราคม – เมษายน 2563 ผลิตได้ 239,809 คัน เท่ากับร้อยละ 42.06 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – เมษายน 2563 ร้อยละ 13.77
รถยนต์นั่ง เดือนเมษายน 2564 ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 16,215 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2563 ร้อยละ 215.90 ยอดผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศของรถยนต์นั่ง ตั้งแต่เดือนมกราคม – เมษายน 2564 ผลิตได้ 99,775 คัน เท่ากับร้อยละ 49.18 ของยอดการผลิตรถยนต์นั่ง โดยเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมกราคม – เมษายน 2563 แล้ว เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.39
รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนเมษายน 2564 มียอดการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 26,291 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2563 ร้อยละ 398.12 และตั้งแต่เดือนมกราคม – เมษายน 2564 ผลิตได้ทั้งสิ้น 130,205 คัน เท่ากับร้อยละ 36.42 ของยอดการผลิตรถกระบะ เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – เมษายน 2563 ร้อยละ 17.09 ซึ่งแบ่งเป็น

• รถกระบะบรรทุก 57,794 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – เมษายน 2563 ร้อยละ 5.82
• รถกระบะดับเบิลแค็บ 49,400 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – เมษายน 2563 ร้อยละ 4.58
• รถกระบะ PPV 23,011 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – เมษายน 2563 ร้อยละ 146.21

รถจักรยานยนต์
เดือนเมษายน 2564 ผลิตรถจักรยานยนต์ได้ทั้งสิ้น 160,357 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2563 ร้อยละ 92.98 แยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 131,427 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ร้อยละ 106.92 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 28,930 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ร้อยละ 47.75
ยอดการผลิตรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม – เมษายน 2564 มีจำนวนทั้งสิ้น 835,195 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ร้อยละ 17.85 แยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 647,832 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ร้อยละ 19.96 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 187,363 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ร้อยละ 11.08

ยอดขาย
ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนเมษายน 2564 มีจำนวนทั้งสิ้น 58,132 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว ร้อยละ 93.1 เพิ่มขึ้นจากฐานต่ำปีที่แล้วที่มีการล็อกดาวน์และขอให้ประชาชนอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ แต่ยอดขายยังต่ำกว่าเดือนเมษายน 2562 ร้อยละ 23.45 และลดลงจากเดือนมีนาคม 2564 ร้อยละ 21.76 ลูกค้าที่จองขอเลื่อนการรับรถยนต์ไปก่อนเพราะไม่มั่นใจในเรื่องรายได้ในอนาคตจากการระบาดของโควิด 19 รวมทั้งบริษัทปล่อยสินเชื่อก็เข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อด้วย
ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 133,850 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2563 ร้อยละ 69.70 และลดลงจากเดือนมีนาคม 2564 ร้อยละ 21.11
ตั้งแต่เดือนมกราคม – เมษายน 2564 รถยนต์มียอดขาย 252,269 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ในระยะเวลาเดียวกัน ร้อยละ 9.6 ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 569,293 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – เมษายน 2563 ร้อยละ 11.71

การส่งออก
รถยนต์สำเร็จรูป
เดือนเมษายน 2564 ส่งออกได้ 52,880 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2563 ร้อยละ 160.16 เพิ่มขึ้นจากฐานต่ำปีที่แล้วที่มีการล็อกดาวน์ แต่ยังส่งออกน้อยกว่าเดือนเมษายน 2562 ร้อยละ 21.21 และน้อยกว่าเดือนมีนาคม 2564 ร้อยละ 49.40 ซึ่งมีมูลค่าการส่งออก 30,071.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2563 ร้อยละ 142.73 อย่างไรก็ตามจากการมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้นของประเทศคู่ค้า ทำให้ยอดขายของประเทศคู่ค้าในเดือนเมษายนที่ผ่านมาเติบโตอย่างโดดเด่นจากเดือนเดียวกันของปีก่อนเช่นประเทศออสเตรเลียเติบโตร้อยละ127 ญี่ปุ่นเติบโตร้อยละ 29 เวียดนามเติบโตร้อยละ75 อินโดนีเซียเติบโต ร้อยละ 1,002
• เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 2,712.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2562 ร้อยละ 86.79
• ชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆ มีมูลค่าการส่งออก 14,796.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2562 ร้อยละ 29.06
• อะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 1,794.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2562 ร้อยละ 4.25
รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนเมษายน 2564 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 49,374.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2563 ร้อยละ 82.68

เดือนมกราคม – เมษายน 2564 ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 310,988 คัน โดยส่งออกเพิ่มขึ้นจากปี 2563 ในระยะเวลาเดียวกัน ร้อยละ 14.92 มีมูลค่าการส่งออก 173,012.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – เมษายน 2563 ร้อยละ 22.50
• เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 12,047.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – เมษายน 2563 ร้อยละ 35.75
• ชิ้นส่วนรถยนต์อื่น ๆ มีมูลค่าการส่งออก 68,351.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – เมษายน 2563 ร้อยละ 26.83
• อะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 7,601.61 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – เมษายน 2563 ร้อยละ 0.46

รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนมกราคม – เมษายน 2564 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 261,013.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – เมษายน 2563 ร้อยละ 23.33

รถจักรยานยนต์
เดือนเมษายน 2564 มีจำนวนส่งออก 59,511 คัน (รวม CBU + CKD) เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2563 ร้อยละ 77.83 แต่ลดลงจากเดือนมีนาคม 2564 ร้อยละ 41.45 โดยมีมูลค่า 4,565.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2563 ร้อยละ 70.11

• ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 188.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2563 ร้อยละ 257.32
• อะไหล่รถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 165.33 ล้านบาท ลดลงจากเดือนเมษายน 2563 ร้อยละ 219.41

รวมมูลค่าการส่งออกรถจักรยานยนต์ เดือนเมษายน 2563 ชิ้นส่วนและอะไหล่รถจักรยานยนต์ 4,919.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2563 ร้อยละ 76.42

เดือนมกราคม – เมษายน 2564 รถจักรยานยนต์ มีจำนวนส่งออก 328,983 คัน (รวม CBU + CKD) เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ร้อยละ 14.08 โดยมีมูลค่า 29,252.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ร้อยละ 23.03

• ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 831.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ร้อยละ 34.96
• อะไหล่รถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 728.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ร้อยละ 70.49

รวมมูลค่าการส่งออกรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม – เมษายน 2564 ชิ้นส่วนและอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 30,812.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – เมษายน 2563 ร้อยละ 24.15
เดือนเมษายน 2564 รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่นๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 54,293.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ร้อยละ 82.10
เดือนมกราคม – เมษายน 2564 รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่นๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 291,825.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ร้อยละ 23.41

X
X