เมื่อวันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม 2564 นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และศาสตราจารย์ นายแพทย์นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือด้านการแพทย์ สาธารณสุข วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อความมั่นคงด้านสุขภาพ (Health Security) ของประเทศไทย ระหว่างราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์กับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ณ ห้องประชุมผู้บริหาร(ใหญ่) (MC232) ชั้น 3 อาคารบริหาร 2 สำนักงานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และประสานความร่วมมือด้าน การแพทย์ สาธารณสุข วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตามพระปณิธานใน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อการพัฒนาเรื่องความมั่นคงด้านสุขภาพของประเทศ ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือในการกระจายวัคซีนให้กับประชากรในภาคอุตสาหกรรมและภาคการบริการ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจของประเทศให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง สร้างมาตรฐานความปลอดภัย และเพิ่มขีดความสามารถที่จะช่วยเหลือให้ประชาชนทุกระดับได้กลับไปดำเนินชีวิตวิถีใหม่เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืนโดยในพิธีการลงนามได้รับเกียรติจากนางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และพลอากาศตรี นายแพทย์สันติ ศรีเสริมโภค รองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมเป็นสักขีพยาน

ทั้งนี้ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันพบผู้ติดเชื้อมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้เล็งเห็นความสำคัญในการบริหารจัดการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคที่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนแบบบูรณาการ เพื่อให้การควบคุมและยับยั้งการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐที่ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี ได้ดำเนินการให้บริการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ประสานงานให้ความช่วยเหลือ รวมถึงให้บริการฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ตลอดจนเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาด พร้อมทั้งได้รับมอบหมายในการประสานหาความร่วมมือด้านต่างๆ เพื่อให้การบริหารจัดการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาด รวมถึงได้รับความเห็นชอบให้เป็นตัวแทนของรัฐบาลประเทศไทยในการจัดหาและนำเข้าวัคซีนเพื่อเพิ่มเป็นทางเลือกให้ประชาชนร่วมกับการบริหารจัดการวัคซีนซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการป้องกันและลดการแพร่ระบาดของโรคให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพต่อประเทศชาติและสุขอนามัยของประชาชนมากยิ่งขึ้น รวมถึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการศึกษาวิจัยประสิทธิภาพตลอดจนผลข้างเคียงของวัคซีนต่างๆ ที่นำเข้ามาใช้ในประเทศไทย อีกทั้งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่องด้วยการดำเนินการประสานงานให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน ทั้งในและต่างประเทศในการกระจายวัคซีนต่างๆ ให้ได้ในทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึง

X
X